081-667-2292

CALL US

IN, AT, ON ใช้ยังไงกันนะ

IN, AT, ON ใช้ยังไงกันนะ

IN ON AT เป็นคำ บุรพบท    IN ( อิน ) =ใน , ON ( ออน ) =บน , AT ( แอท ) =ที่

ใช้สำหรับอธิบายเวลา หรือ สถานที่ + ข้อมูลที่มีความเฉพาะเจาะจง

 

หลักการใช้ IN เราจะใช้กับเรื่องทั่วๆไป ( IN + เวลา , IN + สถานที่ )

เวลา : ปี, ฤดู, ระยะเวลา, ช่วงเวลา

ยกตัวอย่างเช่น 

ปี – in 2019 =ในปี 2019 , in the 90’s  =ในยุค 90 , in July =ในเดือนกรกฎาคม , in 5 weeks =ใน5อาทิตย์ 

ฤดู – in summer  (อิน-ซัม’เมอะ)=ในช่วงฤดูร้อน , in winter (อิน-วิน’เทอะ)=ในช่วงฤดูหนาว, in the monsoon(อิน-มอนซูน’)=ในช่วงฤดูมรสุม 

ระยะเวลา – in the past (อิน-เดอะ-พาส)=ในอดีต, in the future (อิน-เดอะ-ฟิว’เชอะ)=ในอนาคต, in the present (อิน-เดอะ-เพรส’เซินทฺ) =ในปัจจุบัน 

ช่วงเวลา – in the morning (อิน-เดอะ-มอร์’นิง)=ในช่วงเวลาเช้า, in the afternoon (อิน-เดอะ-อาฟ’ เทอะนูน)=ในช่วงเวลากลางวัน, in the evening (อิน-เดอะ-อีฟว’นิง)=ในช่วงเวลาเย็น

หมายเหตุ Midnight(มิด’ไนทฺ) / Midday (มิด’เด) เราไม่ได้ใช้ IN แต่เราใช้ AT แทน

 

สถานที่ : ประเทศ, เมือง, ย่าน, สถานที่ปิด

ยกตัวอย่างเช่น 

ประเทศ – in Thailand (อิน-ไทยแลนด์)=ในประเทศไทย, in America (อิน-อเมริกา)=ในประเทศอเมริกา

เมือง– in Bangkok (อิน-แบง ค๊อก)=ในกรุงเทพ, in London (อิน-ลอนดอน)=ในลอนดอน

ย่าน – in Sathorn (อิน-สาทร)=ในย่านสาทร, in Rama 9 (อิน-พระราม9)=ในย่านพระราม9, in the park (อิน-พาร์ค)=ในสวนสาธารณ

สถานที่ปิด – in a car (อิน-อะ-คาร์)=ในรถยนต์, in a house (อิน-อะ-เฮาซฺ)=ในบ้าน, in the toilet (อิน-เดอะ-ทอย’ลิท)=ในห้องน้ำ

 

หลักการใช้ ON เราจะใช้กับเรื่องเฉพาะเจาะจง ( ON + เวลา , ON + สถานที่ )

เวลา : วัน, วันที่, วันเกิด, ช่วงของวัน, วันเทศกาลที่ลงท้ายด้วย Day

ยกตัวอย่างเช่น 

วัน – on the Weekend (ออน-เดอะ-วีค’เอนดฺ)=ในวันหยุดสุดสัปดาห์, on Friday (ออน-ไฟร’เดย์)=ในวันศุกร์ on the holiday (ออน-ฮอล’ลิเดย์)=ในวันหยุดพักผ่อน/ในวันหยุดนักขัตฤกษ์

วันที่ – on April 14th (ออน-เอ’พริล-ฟอร์’ทีน)=ในวันที่14เมษายน , on Tuesday 10th (ออน-ทิวซ’เด-เท็น)=ในวันอังคาที่10

วันเกิด – on your Birthday (ออน-ยัวร์-เบิร์ดเดย์)=ในวันเกิดของคุณ, on the Kings Birthday (ออน-เดอะ-คิง-เบิร์ดเดย์)=ในวันเกิดของกษัตริย์

ช่วงของวัน – on Monday morning (ออน-มัน’เด-มอร์’นิง)=ในช่วงตอนเช้าวันจันทร์, on Wednesday evening (ออน-เวนซ’เด-อีฟว’นิง)=ในช่วงตอนเย็นวันพุธ 

วันเทศการที่ลงท้ายด้วย “Day” – on Christmas Day (ออน-คริสต์มาส-เดย์)=ในวันคริสต์มาส, on New Years Day (ออน-นิวเยียร์-เดย์)=ในวันปีใหม่

 

สถานที่ : ถนน, พื้นผิว, ขนส่ง, การสื่อสาร

ยกตัวอย่างเช่น 

ถนน on Sukhumvit Road (ออน-สุขุมวิท-โร๊ด)=บนถนนสุขุมวิท ,on the Phetchaburi Road (ออน-เดอะ-เพชรบุรี-โร๊ด)=บนถนนเพชรบุรี, on the highway (ออน-เดอะ-ไฮ’เวย์’)=บนทางหลวง

พื้นผิว on the floor (ออน-เดอะ-ฟลอร์)=บนพื้น, on the ceiling, on the wall (ออน-เดอะ-วอล)=บนผนัง

ขนส่ง on a bike (ออน-อะ-ไบคฺ)=บนจักรยาน, on a train (ออน-อะ-เทรน)=บนรถไฟ, on a bus (ออน-อะ-บัส)=บนรถประจำทาง

การสื่อสาร on the internet (ออน-ดิ-อินเทอร์เน็ต)=บนอินเทอร์เน็ต, on the radio (ออน-เดอะ-เรดิโอ)=บนวิทยุ, on Netflix (ออน-เน็ตฟลิกซ์)=บนเน็ตฟลิกซ์

 

หลักการใช้ AT เราจะใช้กับเรื่องที่แน่นอน ( AT + เวลา , AT + สถานที่ )

เวลา : ชั่วโมง, ช่วงของวัน, เวลา, วันเทศกาลที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย Day

ยกตัวอย่างเช่น 

ชั่วโมง – at 6 am (แอท-ซิคซฺ-เอเอ็ม)=ในเวลา6โมงเช้า, at 9 pm (แอท-ไนนฺ-เอเอ็ม)=ในเวลาสามทุ่ม

ช่วงของเวลา – at midday (แอท-มิด’เด)=ในช่วงกลางวัน, at midnight (แอท-มิด’ไนทฺ)=ในช่วงเที่ยงคืน

เวลา – at the moment (แอท-เดอะ-โม’เมินทฺ)=ในขณะนั้น 

วันเทศกาลที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย “Day” – at Songkran (แอท-สงกรานต์)=ในวันสงกรานต์ , at New Year (แอท-นิวเยียร์)=ในวันปีใหม่, at Christmas (แอท-คริสต์มาส)=ในวันคริสต์มาส 

 

สถานที่ : ที่อยู่, อาคาร, ตำแหน่งที่ตั้ง, ที่ทำงาน

ยกตัวอย่างเช่น 

ที่อยู่ – at Central Rama 9 (แอท-เซ็นทรัล-รามา-ไนนฺ)=ที่เซ็นทรัลพระราม9, at Ekkamai soi 19 (แอท-เอกมัย-ซอย-ไนนฺทีน)=ที่ซอยเอกมัย19, at 695 Sukhumvit Road (แอท-ซิคซฺ ไนนฺ ไฟฟฺ-สุขุมวิท-โร๊ด)=ที่บ้านเลขที่695 ถนน สุขุมวิท

อาคาร – at Siam Paragon (แอท-สยามพารากอน)=ที่สยามพารากอน, at Baiyoke Tower (แอท-ใบหยก-เทา’เออะ)=ที่ตึกใบหยก, at the embassy (แอท-ดิ-เอม’บะซี)=ที่สถานฑูต

ตำแหน่งที่ตั้ง – at the monument (แอท-เดอะ-มอน’นิวเมินทฺ)=ที่อนุสาวรีย์, at the market (แอท-เดอะ-มาร์ค’คิท)=ที่ตลาด, at the zoo (แอท-เดอะ-ซู)=ที่สวนสัตว์

ที่ทำงาน – at the office (แอท-ดิ-ออฟ’ฟิซฺ)=ที่ทำงาน

Related Posts

  • ฝนตก ในภาษาอังกฤษ มีคำว่าอะไรบ้าง

    คำว่า ฝน ในภาษาอังกฤษนั้น คือ Rain (เรน) แล้วฝนตกเนี่ยมีคำว่าอะไรบ้าง 1. It’s drizzling (อิทซฺ-ดริสสลิง) ตัวอย่างประโยคA : How is it outside ? is it rain ? (เฮา-อิซ-อิท-เอาทฺ’ไซดฺ-อิซ-อิท-เรน)ข้างนอกเป็นยังไงมั้ง ฝนตกไหมB : It’s drizzling(อิทซฺ-ดริสสลิง)ฝนตกปรอยๆ นะ 2. It’s raining (อิทซฺ-เรนนิ่ง)ตัวอย่างประโยคA : Is it still raining out?   (อิซ-อิท-สทิล-เรนนิ่ง-เอาทฺ)ข้างนอกฝนยังตกอยู่ปะ?B : It’s raining (อิทซฺ-เรนนิ่ง)ฝนมันกำลังตกอยู่นะ 3. It’s pouring (อิทซฺ-พอริง)ตัวอย่างประโยคA : What’s the weather like?  (วอทซฺ-เธอะ-เวธ’เธอะ-ไลคฺ)สภาพอากาศเป็นไงบ้าง?B : It’s pouring (อิทซฺ-พอริง)ฝนมันตกหนักมาก  อ่านเพิ่มเติม

  • SEE, LOOK, WATCH ต่างกันอย่างไร

    ความหมายของคำว่า SEE ( ซี ),LOOK ( ลุค )และ WATCH ( วอทชฺ ) คือ เห็น,ดู,ชม แต่ว่าการใช้งานนั้นแตกต่างกัน วิธีการใช้ แตกต่างกันดังนี้ 1. SEE ( ซี ) : แปลว่า มองเห็น ดู เราจะใช้ เวลาที่เราเห็นบางคน หรือ บางอย่างด้วยตาของเราโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจที่จะเห็น หรือ มอง  ยกตัวอย่างประโยค Janet sees the sun coming in through the window and knows it is morning. [เจเน็ต สังเกตเห็นแสงอาทิตย์ด้วยตาของเธอ ](เจเน็ต ซี เธอะ ซัน คัม’มิง อิน ธรู เธอะ อ่านเพิ่มเติม

  • 5 วิธีบอก รอก่อน ในภาษาอังกฤษ

    เคยไหม อยากบอกเพื่อน/แฟน ต่างชาติ ว่า รอก่อนนะ แต่ไม่รู้จะบอกยังไงดี นอกจากคำว่า Wait ( เวท ) ที่แปลว่า ” รอ “ แล้ว ยังมีวิธี ที่ยังสามารถสื่อความหมายเดียวกันได้นะ ยกตัวอย่างเช่น 5 วิธีนี้เลย 1. Hold on a minute ( โฮลดฺ – ออน – อา – มิน’นิน )    รอเดี๋ยวนะ / ถือสายรอสักครู่นะ 2. Hang on a minute ( แฮง – ออน – อา – มิน’นิน )    ช้าก่อน อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *